นครซิดนีย์เตรียมรับมือยอดป่วยโควิดพุ่งในอีกไม่กี่วัน

06/08/2564 14:29 สำนักข่าวไทย

ซิดนีย์ 6 ส.ค. – รัฐนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลียเตือนชาวนครซิดนีย์ให้เตรียมรับมือกับยอดผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ที่พุ่งสูงขึ้น หลังพบยอดผู้ป่วยติดเชื้อรายวันทำสถิติสูงสุดติดต่อกันเป็นวันที่สอง ขณะที่รัฐวิกตอเรียเข้าสู่วันแรกของการใช้มาตรการล็อกดาวน์เป็นครั้งที่หกตั้งแต่ช่วงหลังเที่ยงคืนวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น

นางแกลดีส เบเรจิกเลียน มุขมนตรีรัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งมีนครซิดนีย์เป็นเมืองเอก คาดการณ์ว่ายอดผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ในนครซิดนีย์จะพุ่งสูงขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยอ้างอิงจากแนวโน้มของตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อในช่วงที่ผ่านมา และขอให้ประชาชนเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น ทั้งยังระบุว่า รัฐนิวเซาท์เวลส์พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ 291 คน เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานที่มี 262 คน ในจำนวนนี้ มีผู้ป่วยติดเชื้อในนครซิดนีย์มากถึง 279 คน เพิ่มขึ้นจากวันก่อนที่มี 259 คน และพบผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 เพิ่มอีก 1 คน ทำให้รัฐนิวเซาท์เวลส์มียอดผู้เสียชีวิตทั้งหมด 22 คนจากการะบาดครั้งล่าสุด โดยที่ผู้เสียชีวิตทั้งหมดเป็นชาวนครซิดนีย์

ในขณะเดียวกัน รัฐวิกตอเรีย ซึ่งตั้งอยู่ทางใต้ของรัฐนิวเซาท์เวลส์และมีพรมแดนติดกัน ได้เข้าสู่วันแรกของการใช้มาตรการล็อกดาวน์เป็นครั้งที่หกนับตั้งแต่เกิดการระบาด และเตือนประชาชนว่ารัฐวิกตอเรียตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ของรัฐกำลังพยายามสืบสวนแหล่งที่มาของผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่หลายคนที่ไม่พบความเชื่อมโยงกัน ทั้งยังรายงานวันนี้ว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ 6 คน ลดลงจากวันก่อนหน้าที่มี 8 คน

ส่วนรัฐควีนส์แลนด์ ซึ่งมีนครบริสเบนเป็นเมืองเอก รายงานวันนี้ว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ 10 คน ลดลงจากเมื่อวานที่มี 16 คน และหวังว่าจะผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ได้ตามกำหนดในวันอาทิตย์นี้ เนื่องจากพบผู้ป่วยรายใหม่เพียง 2 คนที่ไม่ได้อยู่ในระหว่างกักตัว ขณะนี้ ชาวออสเตรเลียกว่าร้อยละ 60 จากประชากรทั้งหมด 25 ล้านคนต้องใช้ชีวิตภายใต้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการระบาดของเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลตาที่พบครั้งแรกในอินเดียและแพร่เชื้อได้อย่างรวดเร็ว ออสเตรเลียมียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมกว่า 35,600 คน และผู้เสียชีวิต 933 คน โดยฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 โดสแรกให้แก่ประชาชนที่มีอายุมากกว่า 16 ปีได้เพียงร้อยละ 21 จากประชากรทั้งหมด.

Cr. สำนักข่าวไทย