VIC สั่งปิดโรงแรมกันโควิดลาม ไม่เพิ่มโควตารับผู้กลับจาก ตปท.

Feb 10 , 2021. 8:03 PM. Updated 9 hours ago Presented by Tinrawat Banyat

มุขมนตรีรัฐวิกตอเรียยืนยันไม่เพิ่มโควตารับผู้เดินทางกลับจาก ตปท. หลังพบเคสโควิดในโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ เป็นรายที่ 3 จนท.สั่งปิด-ย้ายแขกไปกักตัวต่อโรงแรมอื่น

10 ก.พ. เจ้าหน้าที่รัฐวิกตอเรียอพยพผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศที่กำลังกักกันโรคในโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ (Holiday Inn) ที่สนามบินนานาชาติเมลเบิร์น หลังการแพร่กระจายชองเชื้อไวรัสโควิด-19 ภายในโรงแรมดังกล่าวขยายวง ทำให้มีผู้ติดเชื้อจากการแพร่ระบาดในโรงแรมดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 3 รายแล้ว

โดยผู้ติดเชื้อ 2 รายก่อนหน้านี้ ได้รับการยืนยันการติดเชื้อเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (4 ก.พ.) โดยคนหนึ่งเป็นหญิงที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ซึ่งมีผลการตรวจหาเป็นบวกหลังจากเสร็จสิ้นการกักตัวระยะเวลา 14 วัน และอีกรายหนึ่งเป็นพนักงานอาหารและเครื่องดื่ม 

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (7 ก.พ.) พบเจ้าหน้าที่ภายในโรงแรมดังกล่าวรายหนึ่ง มีผลการตรวจหาไวรัสโคโรนาเป็นบวก และพบอีกว่า เป็นไวรัสโคโรนาชนิดกลายพันธุ์จากประเทศอังกฤษที่มีความสามารถในการแพร่กระจายเชื้อสูง

ด้านชุดเจ้าหน้าที่กักกันโรคโควิด-19 รัฐวิกตอเรีย (COVID-19 Quarantine Victoria) ยืนยันว่า โรงแรมดังกล่าวกำลังจะปิดลงชั่วคราวในวันนี้ (10 ก.พ.)

“เพื่อเป็นการป้องกันล่วงหน้าในระดับสูง โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ จะปิดลงจนกว่าจะมีการแจ้งให้ทราบอีกครั้ง เพื่อทำความสะอาดและทำลายเชื้อ ขณะที่การติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิด และการสืบสวนนั้นกำลังดำเนินต่อไป” โฆษกหญิงกล่าว

ที่โรงแรมดังกล่าว พนักงานโรงแรมราว 135 คน ได้รับแจ้งไม่ให้ไปทำงานเมื่อช่วงดึกเมื่อคืนวานนี้ (9 ก.พ.) รวมถึงให้ไปรับการตรวจหาเชื้อและกักตนเองอยู่ที่บ้านเป็นเวลา 14 วัน ทำให้จนถึงขณะนี้ มีพนักงานโรงแรมดังกล่าวอยู่ระหว่างกักตัวเฝ้าระวังอาการไวรัสโคโรนาเป็นจำนวน 220 คน

ขณะที่ผู้เข้าพักในโรงแรม 48 คน ได้รับการระบุให้เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดหลัก และจะได้รับการส่งไปรับการกักตัวต่อไปอีกระยะหนึ่ง ที่โรงแรมพูลแมน เมลเบิร์น (Pullman Melbourne)

มีพนักงานโรงแรมกักกันโรคทั่วรัฐวิกตอเรียมากกว่า 950 คน กำลังกักตนเองเพื่อเฝ้าระวังอาการ หลังพบการติดเชื้อจากการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 ครั้งล่าสุดที่โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ (Holiday Inn) โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท (Grand Hyatt) และโรงแรมพาร์ค รอยัล (Park Royal Hotel) ซึ่งทั้ง 3 แห่งเป็นโรงแรมกักกันโรค

“เราเข้าใจว่านี่เป็นข่าวที่น่าลำบากใจที่จะได้ทราบ และเราจะทำทุกอย่างที่เราทำได้ เพื่อทำให้แน่ใจว่าสุขภาพและความเป็นอยู่ของผู้เข้าพักในโรงแรมเหล่านี้จะได้รับการสนับสนุนในช่วงเวลาของการกักโรค” โฆษกหญิงกล่าว

“การย้ายตัวผู้เข้าพักในโรงแรม จะดำเนินการเป็นขั้นตอนและพร้อมเพรียง และจะมีการจัดการอย่างระมัดระวังในส่วนของมาตรการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ”

สำหรับหญิงผู้ติดเชื้อรายล่าสุดนั้น เธอได้รับการตรวจหาไวรัสโควิด-19 และได้ผลออกมาเป็นลบหลายครั้งระหว่างที่เข้ารับการกักตัวในโรงแรมกักโรคซึ่งสิ้นสุดลงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (7 ก.พ.) จนกระทั่งได้รับการตรวจหาอีกครั้งในวันจันทร์ และมีผลการตรวจหาเชื้อเป็นบวก โดยหญิงคนดังกล่าวไม่เคยออกจากบ้านไปไหน นอกจากไปรับการตรวจหาเชื้อ และมีผู้สัมผัสใกล้ชิดหลักกับเธอเพียงคนเดียว

ส่วนพนักงานอาหารและเครื่องดื่มซึ่งทำงานอยู่บนชั้นเดียวกับห้องที่หญิงคนดังกล่าวเข้ารับการกักตัวนั้น ได้รับการระบุให้เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดจากเจ้าหน้าที่โรงแรมกักโรครายล่าสุดที่ติดเชื้อในวันนี้ 

ศาสตราจารย์เบรตต์ ซัตทัน (Brett Sutton) ประธานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขรัฐวิกตอเรีย กล่าวว่า ทั้ง 3 กรณีในโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ นั้น มีความเป็นไปได้ว่า มีความเกี่ยวโยงกับเครื่องพ่นละอองยา (nebuliser) ที่ผู้เข้ารับการกักตัวใช้งานระหว่างเข้ารับการกักตัวในโรงแรม

“หากหายใจเอาละอองเข้าไป โดยเฉพาะถ้าใช้เป็นการพ่นละอองยา และมีใครสักคนที่ติดเชื้อ เครื่องพ่นยาจะดักจับไวรัสเอาไว้ ละอองจากเครื่องพ่นจะแขวนลอยอยู่ในอากาศ พร้อมกับอนุภาคของไวรัสที่มีขนาดเล็กมาก ๆ ” ศาสตราจารย์ซัตทันกล่าว

Cr.SBS THAI