ออสเตรเลียล็อกดาวน์ภาคเหนือเมลเบิร์น 1 เดือน คุมโควิด-19

อังคารที่ 30 มิถุนายน 2563 เวลา 15.17 น. เดลินิวส์

ทางการรัฐวิกตอเรียล็อกดาวน์หลายสิบเขตทางตอนเหนืของเมืองเมลเบิร์นถึงปลายเดือนก.ค.นี้ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่เมืองแห่งนี้กลายเป็น “พื้นที่สีแดง” ของออสเตรเลีย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ว่านายดาเนียล แอนดรูว์ส มุขมนตรีรัฐวิกตอเรีย ซึ่งเป็นรัฐที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของออสเตรเลียแถลงเมื่อวันอังคาร ว่านับตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนเข้าสู่วันพุธที่ 1 ก.ค.นี้ตามเวลาท้องถิ่น ทุกเขตทางเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองเมลเบิร์น ซึ่งเป็นเมืองเอกของรัฐวิกตอเรีย ให้อยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์  เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีการพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 มากที่สุด

คำสั่งดังกล่าวซึ่งบังคับใช้ถึงวันที่ 29 ก.ค.นี้ มีผลต่อประชาชนประมาณ 300,000 คน ใน 36 เขต ซึ่งจะสามารถออกจากเคหสถานได้เฉพาะการไปทำงาน “ที่จำเป็นยิ่งยวด” จนไม่สามารถจัดการด้วยวิธีออนไลน์จากที่บ้านได้ การไปจับจ่ายซื้อสินค้า “ที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต” และการไปโรงเรียน  ขณะที่ “บุคคลภายนอก” ไม่ว่าจะเป็นประชาชนจากเขตอื่นอื่นของเมืองเมลเบิร์น เมืองอื่นในรัฐวิกตอเรีย และจากต่างรัฐ ไม่สามารถเข้าสู่พื้นที่มีการล็อดดาวน์ได้ ยกเว้นมีกิจจำเป็นและเร่งด่วนเท่านั้น โดยต้องแสดงหลักฐานอย่างละเอียดต่อตำรวจ ซึ่งจะผลัดเปลี่ยนเวรยามลาดตระเวนตลอด 24 ชั่วโมง

 อนึ่ง นายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน ไม่เคยสั่งปิดสถานศึกษาอย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่มีการล็อกดาวน์ทั่งประเทศขั้นแรก เมื่อปลายเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา โดยให้รัฐบาลท้องถิ่นของแต่ละรัฐพิจารณาเองตามความเหมาะสมภายในท้องที่ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้วิธีจัดการเรียนการสอนออนไลน์ควบคู่ไปกับภายในห้องเรียน

นอกจากนี้ แอนดรูว์สกล่าวด้วยว่าเขาได้ยื่นหนังสือถึงผู้นำออสเตรเลีย ขอให้มีการย้ายเที่ยวบินพาณิชย์ระหว่างประเทศทั้งหมดซึ่งมีกำหนดลงจอดที่เมืองเมลเบิร์นตั้งแต่วันพุธที่ 1 ก.ค.นี้ ให้ไปลงจอดยังสนามบินในเมืองอื่นก่อนด้วย

ด้านสำนักงานสาธารณสุขรัฐวิกตอเรียยืนยันผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในพื้นที่อย่างน้อย 233 คน นับตั้งแต่วันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อภายในชุมชน โดยสถิติในรอบ 24 ชั่วโมงล่าสุดยืนยันผู้ป่วย 64 คน ขณะที่สถิติผู้ป่วยสะสมทั้งรัฐวิกตอเรียมีอย่างน้อย 2,099 คน รักษาหายแล้ว 1,789 คน และเสียชีวิตอย่างน้อย 20 คน

ส่วนสถิติระดับประเทศมีผู้ติดเชื้อสะสมอย่างน้อย 7,767 คน รักษาหายแล้ว 7,008 คน และเสียชีวิตอย่างน้อย 104 คน คิดเป็นอัตราการเสียชีวิต 1.34%.

เครดิตภาพ : REUTERS

CR:เดลินิวส์