ออสเตรเลียเข้มงวดมากขึ้นในการคุมโควิด

02/08/2564 11:26 สำนักข่าวไทย

ซิดนีย์ 2 ส.ค. – รัฐควีนส์แลนด์ ของออสเตรเลีย ขยายมาตรการล็อกดาวน์เพื่อคุมการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในเมืองบริสเบนในวันนี้ ในขณะที่ทหารเริ่มการลาดตระเวนในนครซิดนีย์ เพื่อบังคับใช้ระเบียบให้อยู่ภายในบ้าน ในขณะที่ออสเตรเลียกำลังพยายามหาทางควบคุมการระบาดของโควิด-19 กลายพันธุ์สายพันธุ์เดลตา

รัฐควีนส์แลนด์กล่าวว่า ตรวจพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในท้องถิ่น 13 ราย ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งเป็นตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันที่สูงที่สุดเป็นสถิติใหม่ในรอบปี มาตรการล็อกดาวน์ที่เมืองบริสเบน ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 ของออสเตรเลีย มีกำหนดจะสิ้นสุดในวันอังคารแต่จะยังคงบังคับใช้ต่อไปจนถึงวันอาทิตย์ สตีเว่น ไมลส์ รองมุขมนตรีของรัฐควีนส์แลนด์ กล่าวว่ ขณะนี้เริ่มเห็นได้ชัดเจนเรื่อย ๆ ว่า การล็อกดาวน์ในระดับต้น ไม่เพียงพอในการควบคุมการระบาด การที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อยังคงเพิ่มขึ้นในออสเตรเลียทำให้กระแสต่อต้านนายกรัฐมนตรีสก็อตต์ มอร์ริสัน ในเรื่องการรับมือกับการระบาดของโควิด-19 ดังขึ้นเรื่อย ๆ ออสเตรเลียอยู่ในสภาพล็อกดาวน์สลับไปมาหลายครั้งในเมืองต่าง ๆ หลังจากพบการระบาดของสายพันธุ์เดลตา ที่ติดต่อกันได้อย่างรวดเร็ว และคาดว่าจะมีการล็อกดาวน์ซ้ำแล้วซ้ำอีกต่อไปจนกว่าออสเตรเลียจะฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมประชากรทั้งหมดได้มากกว่านี้ นายมอร์ริสัน กล่าวให้คำมั่นว่า มาตการล็อกดาวน์จะมีน้อยลงเมื่อออสเตรเลียฉีดวัคซีนให้ได้ร้อยละ 70 ของประชากรที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป โดยในขณะนี้ฉีดวัคซีนไปได้เพียงร้อยละ 19 นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียคาดหมายจะบรรลุเป้าหมายเรื่องการฉีดวัคซีนภายในสิ้นปีนี้

มาตการล็อกดาวน์ในเมืองบริสเบนในพื้นที่รอบ ๆ เกิดขึ้นในขณะที่นครซิดนีย์ เมืองใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย เริ่มบังคับใช้คำสั่งให้อยู่ภายในบ้านเป็นระยะเวลา 6 สัปดาห์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งนครซิดนีย์ตั้งอยู่ กล่าววันนี้ว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 207 ราย ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งเป็นตัวเลขสูงระดับนี้มาตั้งแต่เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว รัฐนิวเซาท์เวลส์ ขอให้กองทัพมาช่วยในการบังคับใช้กฎห้ามออกจากบ้าน และในวันนี้ ทหารราว 300 นาย ซึ่งไม่ได้ติดอาวุธและปฎิบัติตามคำสั่งของตำรวจ เริ่มตระเวนไปตามบ้านเพื่อให้แน่ใจว่า ผู้ที่ผลการตรวจหาเชื้อไวรัสเป็นบวกจะแยกกักตัวในบ้าน นอกจากนั้น ยังลาดตระเวนพร้อมกับตำรวจตามถนนในนครซิดนีย์ และสอบถามประชาชนที่พบตามถนนถึงเหตุผลที่ออกมาเดินตามถนนไม่อยู่ภายในบ้าน.

Cr. สำนักข่าวไทย