รัฐใหญ่ออสเตรเลียยังพบผู้ป่วยโควิดเพิ่ม แม้ล็อกดาวน์เข้ม

พฤหัสบดีที่ 1 กรกฎาคม 2564 เวลา 15.04 น. เดลินิวส์

ทางการรัฐนิวเซาท์เวลส์ในออสเตรเลีย ตำหนิประชาชนบางส่วน ซึ่งยังไม่ให้ความร่วมมือกับมาตรการล็อกดาวน์อย่างเพียงพอ ส่งผลให้ยังพบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 1 ก.ค.ว่านางกลาดีส์ เบเรจิกเลียน มุขมนตรีรัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งเป็นรัฐมีประชากรมากที่สุดในออสเตรเลีย กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี ว่าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขยืนยันผู้ป่วยโรคโควิด-19 เพิ่มขึ้น 24 คน ในรอบ 24 ชั่วโมงล่าสุด และนับเป็นการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยภายในชุมชนเป็นวันที่สามติดต่อกันแล้ว

ทั้งนี้ ที่น่ากังวลอย่างยิ่ง คือครึ่งหนึ่งของผู้ติดเชื้อกลุ่มล่าสุด ซึ่งล้วนอยู่ในเมืองซิดนีย์ ยังคงใช้ชีวิตปะปนกับผู้คนทั่วไปในสังคม ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นอย่างยิ่ง

7NEWS Australia

ปัจจุบัน รัฐนิวเซาท์เวลส์เดินทางมาถึงครึ่งทางของการล็อกดาวน์ 2 สัปดาห์ ที่ตามกำหนดจะสิ้นสุดในวันที่ 9 ก.ค.นี้  เพื่อตัดวงจรการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรนากลายพันธุ์ “เดลตา” ซึ่งส่งผลให้ผู้ป่วยในพื้นที่เพิ่มขึ้นเกือบ 200 คน ภายในระยะเวลาเพียงครึ่งเดือน นับตั้งแต่พบผู้ป่วยคนแรกของรอบนี้ เป็นพนักงานขับรถให้กับลูกเรือสายการบินจากต่างประเทศ

นอกจากรัฐนิวเซาท์เวลส์ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของเมืองซิดนีย์ ที่เป็นเมืองใหญ่สุดในประเทศแล้ว เมืองเพิร์ท เมืองบริสเบน เมืองดาร์วิน และเมืองอลิซสปริงส์ ต่างบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ในระดับเข้มงวดมากน้อยแตกต่างกันออกไป ขณะที่กรุงแคนเบอร์ราและเมืองเมลเบิร์น บังคับใช้มาตรการควบคุมทางสังคมที่เข้มงวดมากขึ้น รวมถึงการสวมหน้ากากอนามัย

แม้ออสเตรเลียมีสถิติเกี่ยวกับโรคโควิด-19 ยังไม่รุนแรงเท่าประเทศขนาดใหญ่อีกหลายแห่ง โดยสถิติผู้ติดเชื้อสะสมอย่างน้อย 30,642 คน คงเหลือผู้ป่วยต้องรักษาตัวอย่างน้อย 374 คน และเสียชีวิตสะสมอย่างน้อย 910 ราย แต่การฉีดวัคซีนเป็นไปอย่างล่าช้า โดยในภาพรวมมีประชากรเกือบ 6% เท่านั้น จากทั้งหมดประมาณ 25.8 ล้านคน ที่ได้รับวัคซีนครบแล้ว.

    เครดิตภาพ : REUTERS, AP

Cr. เดลินิวส์