4 ใน 8 เมืองใหญ่ของออสเตรเลีย อยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์

30 มิ.ย. 64 TNN WORLD

Australia: ขณะนี้ 4 ใน 8 เมืองใหญ่ของออสเตรเลีย อยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์ เจ้าหน้าที่รัฐบาลพยายามอย่างหนักในการควบคุมการระบาดครั้งใหม่ของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ Delta ที่อัตราการแพร่เชื้อสูง

โดยเมืองเพิร์ธ เมืองเอกของรัฐเวสเทิร์น ออสเตรเลีย เริ่มล็อกดาวน์ 4 วัน ตั้งแต่เที่ยงคืนที่ผ่านมา ส่วนเมืองบริสเบน เมืองเอกของรัฐควีนสแลนด์จะเข้าสู่มาตรการล็อกดาวน์ 3 วัน เริ่มเย็นวันนี้

ก่อนหน้านี้ นครซิดนีย์ เมืองเอกของรัฐนิวเซาท์เวลส์ และดาร์วิน เมืองเอกของรัฐนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี ล็อกดาวน์ไปก่อนแล้ว ซึ่งทั้ง 4 เมืองใหญ่นี้มีประชากรรวมกันมากกว่า 10.2 ล้านคน

ตามข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลีย พบว่า จนถึงบ่ายวานนี้ ออสเตรเลียมีผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ Delta แล้ว 271 คน ส่วนใหญ่อยู่ในรัฐนิวเซาท์เวลส์

ทั้งนี้ ออสเตรเลียเคยได้รับเสียงชื่นชมในการรับมือกับการระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบแรก และเดินหน้าเปิดเศรษฐกิจของประเทศได้ แต่ด้วยความชะล่าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐบาลกลาง ที่ล้มเหลวในการจัดหาวัคซีนต้านโควิด เพื่อป้องกันมาตรการล็อกดาวน์ ซึ่งเกิดขึ้นทุกครั้งที่พบผู้ติดเชื้อกลุ่มใหม่ หรือแม้ว่าจะมีการคุมเข้มที่ยาวนานขึ้น หลายเมืองสำคัญก็ยังประสบปัญหาเหมือนเดิม

ประชาชนในเมืองเพิร์ธ และภูมิภาคพีล (Peel region) ต้องพักอยู่ที่บ้าน ยกเว้นมีเหตุผลเร่งด่วน หลังเจ้าหน้าที่ตรวจพบผู้ติดเชื้อรายที่ 3 เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับการระบาดในซิดนีย์ และในเมืองบริสเบน เมืองใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ ประชาชนก็จะต้องปฏิบัติตามกฎพักอยู่ที่บ้านเช่นกัน ยกเว้นมีงานที่สำคัญ, ไปพบแพทย์, ซื้อสินค้าที่จำเป็น หรือออกกำลังกาย

ซิดนีย์ เมืองที่มีประชากร 1 ใน 5 ของประชากร 25 ล้านคนของออสเตรเลีย อยู่ภายใต้ล็อกดาวน์เป็นเวลา 2 สัปดาห์ จนถึงวันที่ 9 กรกฎาคม ขณะที่มาตรการล็อกดาวน์ในเมืองดาร์วิน ขยายออกไปอีก 72 ชั่วโมง

นอกจากนี้ ความวิตกกังวลว่า โควิดสายพันธุ์ Delta อาจจุดชนวนให้เกิดการระบาดใหญ่ ยังทำให้เมืองอื่น ๆ ประกาศใช้มาตรการคุมเข้มตามด้วย ส่งผลให้ชาวออสเตรเลียกว่า 20 ล้านคน หรือประมาณ 80% ของประชากรทั้งหมดได้รับผลกระทบ

เจ้าหน้าที่ออสเตรเลีย แถลงเมื่อเย็นวานนี้ (28 มิถุนายน) ว่า ประชาชนที่มีอายุต่ำกว่า 60 ปี สามารถรับวัคซีน AstraZeneca ได้แล้ว หากผ่านการอนุมัติจากแพทย์ ซึ่งรัฐบาลบังคับให้เจ้าหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงสูง และพนักงานในโรงแรมที่ใช้เป็นสถานที่กักตัว ต้องฉีดวัคซีน

โดยมาตรการล็อกดาวน์ การติดตามผู้ติดเชื้ออย่างรวดเร็ว และการปฏิบัติตามกฎการเว้นระยะห่างทางสังคมอย่างเข้มงวด มีส่วนช่วยให้ออสเตรเลียมีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในระดับต่ำ มีผู้ติดเชื้อสะสมทั่วประเทศเพียง 30,500 คน และเสียชีวิต 910 คน

ส่วนการแจกจ่ายวัคซีนก็ประสบปัญหาหลายอย่าง เมื่อสองสัปดาห์ก่อน เจ้าหน้าที่จำกัดการใช้วัคซีน AstraZeneca เฉพาะคนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เนื่องจากความกังวลการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน ขณะเดียวกัน ก็แนะนำให้ฉีดวัคซีน Pfizer ให้กับทุกคนที่อายุต่ำกว่า 60 ปี เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่อโครงการฉีดวัคซีนของออสเตรเลีย

ประชาชนในออสเตรเลีย ฉีดวัคซีนครบโดสไม่ถึง 5% เมื่อเทียบกับกว่า 46% ในสหรัฐฯ และ 48% ในสหราชอาณาจักร

แต่อัตราการฉีดวัคซีนของออสเตรเลีย ยังมากกว่าเมื่อเทียบกับอินโดนีเซียและอินเดีย ซึ่งก็คล้ายกับประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ ที่วัคซีนไม่เพียงพอ เนื่องจากไม่ได้ทำข้อตกลงกับบริษัทผู้ผลิตวัคซีนยักษ์ใหญ่ ที่ส่วนใหญ่ผลิตวัคซีนหลายร้อยล้านโดสป้อนประเทศร่ำรวย
—————
ภาพ: Reuters

Cr. TNN WORLD