พบเชื้อโควิดระบาดในหมู่บ้านทาวน์เฮาส์กลางเมลเบิร์น

Jun 14 , 2021. 7:00 PM. Updated 4 hours ago Presented by Tinrawat Banyat

เจ้าหน้าที่รัฐวิกตอเรีย พบการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในหมู่บ้านทาวน์เฮาส์กลางนครเมลเบิร์น ล่าสั่งลูกบ้านกักตัวเฝ้าอาการ รักษาการมุขมนตรียืนยัน ยังเดินหน้าแผนคลายมาตรการสกัดโควิดเหมือนเดิม

ประชาชนในหมู่บ้านทาวน์เฮาส์ย่านซีบีดีของนครเมลเบิร์น ได้รับคำสั่งให้กักตัวเป็นเวลาสูงสุด 14 วัน หลังเจ้าหน้าที่พบความเชื่อมโยงระหว่างผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2 ราย ซึ่งอาศัยอยู่ในละแวกเดียวกัน

นายมาร์ติน โฟลีย์​ รักษาการมุขมนตรีรัฐวิกตอเรีย ยืนยันว่า ผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพศชาย วัยราว 30 ปีคนหนึ่ง ที่ได้มีการรายงานเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (12 มิ.ย.) อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านทาวน์เฮาส์ในเมืองเซาท์แบงค์ (Southbank) ใจกลางนครเมลเบิร์น ซึ่งเป็นจุดเดียวกับที่พนักงานจากสถานดูแลผู้สูงอายุ อาร์แคร์ เมดสตัน (Arcare Maidstone) ที่ได้รับเชื้อไวรัสโควิด-19 จากสถานดูแลดังกล่าวอาศัยอยู่

เจ้าหน้าที่เชื่อว่า พนักงานสถานดูแลผู้สูงอายุคนดังกล่าวได้แพร่เชื้อไปยังชายวัยราว 30 ปี ขณะอยู่ในพื้นที่รวมของหมู่บ้านทาวน์เฮาส์แห่งนี้ ก่อนที่จะมีผลการตรวจหาไวรัสเป็นบวก

“การดำเนินการด้านระบาดวิทยา ซึ่งรวมถึงการซักประวัติผู้ติดเชื้อทั้ง 2 ราย และการตรวจหาลำดับยีนส์ในดีเอ็นเอของไวรัส ดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งที่สนับสนุนการรายงานผู้ติดเชื้อในครั้งนี้” นายโฟลีย์ กล่าวต่อผู้สื่อข่าวในวันนี้

“สิ่งที่เราพยายามจะทำก็คือ ไล่เรียงความเป็นไปได้ที่เจาะจงจากการติดเชื้อนี้ และทำให้แน่ใจว่า หากเราพบการระบาดที่มีการเชื่อมโยง เราก็จะระบุชี้ที่มา และสามารถตัดวงจรได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ”

ทั้งนี้ พนักงานสถานดูแลผู้สูงอายุคนดังกล่าว ได้รับการส่งตัวไปยังโรงแรมกักกันโรคแล้ว หลังผลการตรวจหาไวรัสโคโรนาของพนักงานคนดังกล่าวเป็นบวก

นายโฟลีย์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กำลังสืบหาความเป็นไปได้ของจุดแพร่กระจายเชื้อ 2 แห่ง ภายในทาวน์เฮาส์ที่อยู่ในละแวกเดียวกัน

“เท่าที่ผมเข้าใจ มันไม่ได้มาจากห้องซักล้างแน่นอน” นายโฟลีย์ กล่าว

หมู่บ้านทาวน์เฮาส์ดังกล่าว ไม่ได้รับการระบุเป็นจุดเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าของบ้านทาวน์เฮาส์ตามชื่อที่จดทะเบียนมากกว่า 100 คน ได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่แล้ว และได้มีการตั้งจุดตรวจเชื้อเฉพาะกิจบริเวณหมู่บ้านทาวน์เฮาส์ดังกล่าว และจะมีเจ้าหน้าที่พยาบาลเคาะประตูบ้าน เพื่อให้แน่ใจว่าผู้อาศัยจะได้รับการตรวจหาเชื้อ

ผู้อาศัยส่วนใหญ่จะต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อ และกักกันตนเองจนว่าผลการตรวจหาจะเป็นลบ ขณะที่มีส่วนหนึ่งที่อาจต้องกักตนเองเป็นเวลาสูงสุด 14 วัน

วันนี้พบเคสโควิดเพิ่ม 2 ราย เป็นเด็กทั้งหมด

กรณีพบความเชื่อมโยงการติดเชื้อไวรัสโคโรนาในทาวน์เฮาส์กลางนครเมลเบิร์นนั้น เกิดขึ้นพร้อมกับที่รัฐวิกตอเรียได้บันทึกยอดผู้ติดเชื้อเพิ่ม 2 รายในวันนี้ โดยเป็นเด็กเล็กทั้งหมด ซึ่งเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดจากการติดเชื้อก่อนหน้า และไม่ได้อยู่ในชุมชนระหว่างที่อยู่ในระยะแพร่เชื้อ  

โดยเด็กคนหนึ่ง มีความเชื่อมโยงกับการติดเชื้อที่บ้านหลังหนึ่งในเมืองเรเซอร์วอร์ (Reservoir) ซึ่งได้มีการรายงานการติดเชื่อเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่อีกรายหนึ่งเชื่อมโยงกับชายคนหนึ่งในทาวน์เฮาส์ย่านเซาท์แบงค์ (Southbank)

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้รายงานก่อนหน้านี้ว่า ชายคนดังกล่าวมีสมาชิกครอบครัวที่อายุน้อย

จนถึงขณะนี้ เจ้าหน้าที่ยังคงอยู่ระหว่างการหาความเชื่อมโยงระหว่างครอบครัว 4 คนที่บ้านในเมืองเรเซอร์วอร์ (Reservoir) ซึ่งพบผลการตรวจหาเป็นบวกเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (10 มิ.ย.) กับการแพร่ระบาดที่ขยายเป็นวงกว้างในเขตปกครองส่วนท้องถิ่นวิทเทิลซี (City of Whittlesea)   

นายโฟลีย์ กล่าวว่า การติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดนั้น กำลังมองหาจำนวนของผู้ติดเชื้อที่ได้รับเชื้อไวรัสมาจากย่านนิคมอุตสาหกรรมโธมัสทาวน์ (Thomastown industrial precinct) ซึ่งอยู่ใกล้เคียง ทางตอนใต้ของถนนวงแหวนรอบเมือง (Metropolitan Ring Road – M80)

“มันมีจุดที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อทั้งในที่สาธารณะและพื้นที่ส่วนบุคคลมากถึง 10 จุด ภายในพื้นที่เล็ก ๆ ของเมืองโธมัสทาวน์ พร้อมกับตัวเลขผู้ติดเชื้อจำนวนมากที่ทับซ้อนกัน” นายโฟลีย์ กล่าว

“เราต้องการที่จะใช้โอกาสนี้เพื่อย้ำเตือนประชาชนทุกท่านที่อาศัยอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมดังกล่าว ไม่ว่าคุณจะไปส่งพัสดุหรือสินค้าที่นั่น หรือเป็นส่วนหนึ่งของบริการส่งของในนิคมอุสาหกรรมดังกล่าว ขอให้ท่านเฝ้าสังเกตอาการต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้”

ข้อมูล ณ เช้าวันนี้ (14 มิ.ย.) มีชาวรัฐวิกตอเรียมากกว่า 2,00 ต้องกักกันตนเอง หลังสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ ขณะที่ยังมีสถานที่ประมาณ 130 แห่ง ที่ยังคงได้รับการกำหนดให้เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ มีชาวรัฐวิกตอเรีย 16,932 คน ไปรับการตรวจหาไวรัสโควิด-19 ในรอบ 24 ขั่วโมงที่ผ่านมา ขณะที่อีก 13,764 คน ไปรับการฉีดวัคซีนต้านไวรัสโคโรนาที่ศูนย์ฉีดวัคซีนที่ดำเนินการโดยรัฐบาลรัฐวิกตอเรีย

นายโฟลีย์ กล่าวว่า การไปตรวจเชื้อที่เพิ่มมากขึ้น จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถ “ติดตามความเชื่อมโยงสุดท้ายของการแพร่เชื่อที่ยังหลงเหลือ” ในการแพร่ระบาดในครั้งนี้ได้

ทั้งนี้ การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในรัฐวิกตอเรียครั้งล่าสุด ซึ่งเริ่มต้นจากพื้นที่เขตปกครองส่วนท้องถิ่นวิทเทิลซี (Whittlesea) ได้ทำให้เจ้าหน้าที่ตัดสินใจประกาศล็อกดาวน์พื้นที่มหานครเมลเบิร์นเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ซึ่งจะมีกำหนดสิ้นสุดลงในวันศุกร์นี้ (18 มิ.ย.)

เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา มาตรการล็อกดาวน์ได้ถูกแทนที่ด้วยมาตการจำกัดห้ามที่มีความเข้มงวด เช่น การห้ามไม่ให้มีการรวมกลุ่มภายในบ้าน การกำหนดให้เดินทางได้ไม่เกิน 25 กิโลเมตรจากที่พักอาศัย และการบังคับสวมใส่หน้ากากอนามัยทั้งภายในและนอกอาคาร ซึ่งจะดำเนินต่อไปไปจนถึงวันศุกร์นี้เป็นอย่างน้อย

ขณะที่ผู้ที่อาศัยในพื้นที่ส่วนภูมิภาคของรัฐวิกตอเรียนั้น ได้รับอนุญาตให้มีผู้มาเยี่ยมบ้านได้ไม่เกิน 2 คน และยังคงกำหนดความหนาแน่นของผู้คนในร้านอาหาร ผับ และร้านกาแฟ รวมถึงสถานบริการประเภทอื่น ๆ

นายโฟลีย์ กล่าวว่า รัฐวิกตอเรียยังคงดำเนินการ “ตามแผน” ในการผ่อนคลายมาตรการจำกัดห้ามเพิ่มเติม ในช่วงปลายสัปดาห์นี้

Cr. SBS THAI