ผู้เชี่ยวชาญ: คริสต์มาส,วันสิ้นปีอาจหายนะ ถ้าไม่ล็อกดาวน์ทั่วซิดนีย์

Dec 22 , 2020. Updated 1 day ago By Caroline Riches Presented by Parisuth Sodsai

A cluster of COVID-19 cases on the Northern Beaches continues to grow causing other Australian states and territories to impose border restrictions. Source: Getty Images AsiaPac

นักระบาดวิทยาบางคนเชื่อว่า อาจจำเป็นต้องมีการขยายเวลาการบังคับใช้ข้อจำกัดที่มีอยู่ขณะนี้ออกไปจนถึงต้นเดือนมกราคม

วันคริสต์มาสและวันสิ้นปี มีแนวโน้มจะกลายเป็นเหตุการณ์แพร่กระจายเชื้อโควิด-19 ในขั้น “หายนะ” จากความเห็นของนักระบาดวิทยาบางคน ซึ่งกล่าวว่า มาตรการล็อกดาวน์ที่มีขณะนี้สำหรับพื้นที่ชายหาดทางเหนือของซิดนีย์ (Northern Beaches) อาจไม่เพียงพอที่จะจำกัดการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาได้

จำนวนผู้ติดเชื้อได้เพิ่มขึ้นเป็นทั้งหมด 70 รายในวันอาทิตย์ หลังพบผู้มีผลการตรวจเชื้อเป็นบวกรายใหม่อีก 30 รายในข้ามคืนวันเสาร์

ผู้ติดเชื้อรายใหม่ส่วนใหญ่ คือ 28 ราย มีความเชื่อมโยงกับการติดเชื้อเป็นกลุ่มที่ เอวาลอน (Avalon) ขณะที่อีก 2 ราย เป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายหาดทางเหนือของซิดนีย์ หรือนอร์เทิร์น บีชเชส (Northern Beaches)  ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุถึงต้นตอของการติดเชื้อได้

ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นอร์เทิร์น บีชเชส ได้รับคำสั่งที่เข้มงวดให้อยู่บ้านจนกว่าจะถึงเที่ยงคืนของวันพุธ (23 ธ.ค.) นางกลาดิส เบเรจิกเลียน มุขมนตรีนิวเซาท์เวลส์ กล่าวว่า เป็นไปได้ที่ข้อจำกัดที่ถูกนำมาใช้ขณะนี้ อาจถูกต่อเวลาออกไปหลังจากนั้น ซึ่งจะมีการตัดสินใจในเรื่องนี้ในวันพุธ

ดร.โทนี เบล็กลี นักระบาดวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขจากศูนย์การศึกษาด้านประชากรและสุขภาพโลก ของมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น กล่าวถึงการล็อกดาวน์ในขณะนี้ว่า “เป็นแบบแผนการปฏิบัติเพื่อประคองสถานการณ์” ซึ่งจำเป็นต้องถูกขยายเวลาออกไปจนถึงหลังช่วงปีใหม่

“พวกเขาอาจผ่อนคลายข้อจำกัดเล็กน้อยในวันคริสต์มาสและจากนั้นจำกัดมากขึ้นอีกครั้ง ถ้าจะให้ผมเดา ผมคิดว่าพื้นที่ทางเหนือของซิดนีย์เหล่านั้นจำเป็นต้องถูกแยกออกจากส่วนที่เหลือของประเทศและส่วนที่เหลือของซิดนีย์จนถึงอย่างน้อยหลังช่วงปีใหม่” ดร.เบล็กลี บอกกับ เอสบีเอส นิวส์

นี่อาจใช้เวลาถึง 4 สัปดาห์เป็นอย่างต่ำที่จะควบคุมให้จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงจนถึงระดับที่เชื้อถูกกำจัดให้หมดไปได้ ดร.เบล็กลี เสริม

ด้าน ศ.ไรนา แมกอินไทร์ นักระบาดวิทยาจากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ กล่าวว่า การติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนในครั้งนี้แตกต่าจากที่เกิดขึ้นที่ ครอสโรดส์ โฮเทล (Crossroads Hotel) ในซิดนีย์ในเดือนกรกฎาคม เนื่องจากเราสามารถคาดการณ์ได้อย่างแน่ใจ 100 เปอร์เซ็นต์ว่า จะมีเหตุการณ์ที่แพร่กระจายเชื้อออกไปอย่างมาก 2 เหตุการณ์ที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 25 และ 31 ธันวาคม

Professor Raina MacIntyre believes Christmas Day and New Year’s Eve could be ‘calamitous’ for Sydney’s growing COVID-19 cluster.
Professor Raina MacIntyre

Professor Raina MacIntyre believes Christmas Day and New Year’s Eve could be ‘calamitous’ for Sydney’s growing COVID-19 cluster.Professor Raina MacIntyre

“เรารู้ว่าจะมีผู้คนที่จะติดเชื้อในวันคริสต์มาส ซึ่งจะอยู่ในภาวะที่ร่างกายสามารถแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้สูงสุดในช่วงวันสิ้นปี …จะเป็นเหตุการณ์ที่แพร่กระจายเชื้อออกไปได้มากกว่าเหตุการณ์ใดๆ” ศ.แมกอินไทร์ บอกกับ เอสบีเอส นิวส์

“สมมุติว่า เรามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 40 รายพรุ่งนี้ ที่ไม่ถูกตรวจพบ นั่นจะกลายเป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ 120 รายในวันคริสต์มาส 360 รายในวันสิ้นปี และกว่า 1,000 รายในสัปดาห์แรกของเดือนมกราคม”

โอกาสที่เราจะจำกัดการแพร่ระบาดของเชื้อครั้งนี้ได้จะมีมากขึ้น หากการล็อกดาวน์เกิดขึ้นสำหรับพื้นที่ซิดนีย์และปริมณฑลทั้งหมด และขยายเวลาต่อไปจนถึงอย่างน้อยวันที่ 26 ธันวาคม ศ.แมกอินไทร์ กล่าว

“ฉันคิดว่า เราสามารถพยายามกอบกู้วันคริสต์มาสและพยายามให้ยังคงมีการเฉลิมฉลองต่อไปได้ แต่การจะทำเช่นนั้นได้นั้น การล็อกดาวน์อย่างเข้มงวดเป็นเวลาสั้นๆ ทั่วทั้งซิดนีย์และปริมณฑลจะเป็นมาตรการที่ชาญฉลาด” ศ.แมกอินไทร์ กล่าว

“จากนั้น เราค่อยมาประเมินสถานการณ์ใหม่ในวันพฤหัสบดี และหากจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงเหลือเลขหลักเดียว นั่นจะเป็นสัญญาณที่ดีมาก แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น สิ่งที่ฉันเป็นห่วงที่สุดคือวันสิ้นปี”

ซิดนีย์และปริมณฑลรอคอยอย่างหวาดหวั่น

โอกาสของเราที่จะมีฤดูร้อนอย่างปกติ ในเดือนมกราคม ขึ้นอยู่กับว่า เราสามารถควบคุมสถานการณ์การติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนในนอร์เทิร์น บีชเชส ได้ดีเพียงไร ดร.เบล็กลี กล่าว

แต่ในช่วงที่เป็นเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง ที่ผู้คนมักรวมกลุ่มสังสรรค์กัน ดูเหมือนว่าการควบคุมสถานการณ์อาจทำได้ยาก

“จนถึงขณะนี้ ดูเหมือนว่าเราจะรอดมาได้อย่างหวุดหวิด แต่น่าจะมีการติดเชื้อบางรายที่หลุดรอดออกมาได้” ดร.เบล็กลี กล่าว

หากมีการพบผู้ติดเชื้อผุดขึ้นมาในส่วนอื่นๆ ของเมือง ซิดนีย์และปริมณฑลจะต้องถูกปิดกั้นจากส่วนอื่นๆ ของออสเตรเลีย นักระบาดวิทยาผู้นี้ กล่าว

Epidemiologist Dr Tony Blakely says Greater Sydney will need to be partitioned off if the Northern Beaches cluster spreads.
Tony Blakely

มาตรการเหล่านี้รวมไปถึงการรวมกลุ่มกันในจำนวนคนที่ลดลงและการเฉลิมฉลองกลางแจ้งหรือภายนอกอาคาร ดังนั้น พยากรณ์อากาศของวันนั้นจึงสำคัญอย่างยิ่ง ขณะนี้ มีการพยากรณ์ว่ามีโอกาส 50 เปอร์เซ็นต์ ที่ฝนจะตกในวันคริสต์มาส

“การเฉลิมฉลองวันคริสต์มาสอย่างเต็มรูปแบบในซิดนีย์นั้น หากมีการติดเชื้อก่อนหน้านี้ที่เล็ดรอดออกมาได้ ก็อาจกลายเป็นหายนะ” ดร.เบล็กลี กล่าว

“เสียสติไปแล้ว” ที่ไม่ยอมออกกฎให้สวมหน้ากากอนามัย

ผู้เชี่ยวชาญบางคนได้ตำหนิรัฐนิวเซาท์เวลส์ ที่ชักช้าในการออกมาตรการล็อกดาวน์ ชักช้าในการเพิ่มข้อจำกัดการรักษาระยะห่างทางสังคม และล้มเหลวในการบังคับให้ประชาชนต้องสวมหน้ากากอนามัย

“เราได้เห็นความชักช้าในการล็อกดาวน์ เราได้เห็นความล่าช้าในการกลับไปใช้กฎ 4 ตารางเมตรและอื่นๆ เหล่านี้ทั้งหมดเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ ซึ่งก็ดี แต่มันควรจะเกิดขึ้น 48 หรือ 72 ชั่วโมงก่อนหน้านั้น” ดร.เบล็กลี กล่าว

เขากล่าวว่า เป็นเรื่องที่ “เสียสติไปแล้ว” ที่ไม่มีการออกกฎบังคับให้ผู้คนสวมหน้ากากอนามัยไม่ได้นั้น

“พวกเราในวิกตอเรียต่างเกาหัวด้วยความงุนงง เช่นเดียวกับชุมชนผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาว่า เหตุใดหน้ากากอนามัยจึงไม่ถูกกำหนดให้ผู้คนต้องสวมใส่”

“มันจึงดูเหมือนการเสียสติ มันไม่มีต้นทุนใดๆ ในการทำเช่นนี้ มันช่วยให้ธุรกิจต่างๆ มากขึ้นเปิดต่อไปได้ มันแค่ไม่สะดวกเล็กน้อยที่จะทำ แต่ความจริงแล้ว หากทุกคนในซิดนีย์สวมหน้ากากอนามัยในตอนนี้เมื่อพวกเขาออกนอกบ้าน หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีคนคับคั่ง สำหรับสถานที่ต่างๆ ที่อาจมีเชื้อโควิดซุกซ่อนอยู่ ก็อาจหมายความว่า เราจะไม่ได้เห็นเชื้อเหล่านั้นเลย”

ศ.แมกอินไทร์ กล่าวว่า มาตรการที่ให้ผู้คนทำตามความสมัครใจนั้น โดยทั่วไปแล้ว จะมีคนที่ปฏิบัติตามราว 50 เปอร์เซ็นต์

ฉันคิดว่า หากเราบังคับให้สวมหน้ากากอนามัยและทำให้ระบบคิวอาร์โคดส์ (QR Codes) อัตโนมัติทั้งหมด โดยที่เราไม่ต้องพิมพ์ข้อมูลลงในเว็บไซต์และเราสามารถแตะแล้วไปได้เลย นั่นจะช่วยได้อย่างมาก ศ.แมกอินไทร์ กล่าว

“เนื่องจากความร้ายแรงของสิ่งที่รอเราอยู่ในวันคริสต์มาสและวันสิ้นปี และผลลัพธ์ที่อาจเป็นความหายนะ ฉันจึงคิดว่าเราควรจะปลอดภัยไว้ก่อน ดีกว่าเสียใจภายหลัง”

ดร.เบล็กลี และ ศ.แมกอินไทร์ เห็นด้วยกับการตัดสินใจของรัฐและมณฑลต่างๆ ในการปิดพรมแดนสำหรับผู้ที่มาจากพื้นที่นอร์เทิร์น บีชเชส และพื้นที่ซิดนีย์และปริมณฑล และใช้มาตรการการกักกันตัวเพื่อกักโรค 14 วัน แม้จะก่อให้เกิดความเจ็บปวดที่คนในหลายๆ ครอบครัวไม่สามารถพบหน้ากันได้

“เราต้องปิดพรมแดน เนื่องจากหากมีผู้ติดเชื้อเล็ดรอดออกไปยังซิดนีย์ และคริสต์มาสจะทำให้เกิดการปะทุขึ้นของเชื้อ ซึ่งจะแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วทั่วประเทศ” ดร.เบล็กลี กล่าว

“มันไม่น่ารื่นรมย์และนับเป็นโชคร้ายอย่างยิ่งที่มันเกิดในช่วงเวลานี้ของปี แต่ถ้าจะว่ากันตามความเป็นจริงแล้ว พวกเราไม่มีทางเลือกอื่น”

Cr.SBS THAI