พนง.โรงแรม NSW ติดโควิดรายแรกในรอบเกือบเดือน

Dec 04 , 2020. Updated 22 hours ago By Jennifer Scherer Presented by Tinrawat Banyat

NSW Health Minister Brad Hazzard addresses media in Sydney. Source: AAP

สธ.นิวเซาท์เวลส์ยืนยัน พบหญิงซิดนีย์ติดโควิดรายแรกหลังไม่มีเคสใหม่มาเกือบเดือน มุขมนตรียืนยันไม่กระทบแผนคลายมาตรการสกัดเชื้อสัปดาห์หน้า

3 ธ.ค. รัฐนิวเซาท์เวลส์ได้บันทึกการติดเชื้อไวรัสโคโรนาในพื้นที่ท้องถิ่นครั้งแรกในรอบมากกว่า 20 วัน

นายแบรด แฮซเซิร์ด (Brad Hazzard) รัฐมนตรีสาธารณสุขรัฐนิวเซาท์เวลส์ ได้ยืนยันว่า หญิงรายหนึ่งซึ่งทำงานในโรงแรม 2 แห่งในนครซิดนีย์ ซึ่งนั้นเป็นโรงแรมสำหรับกักตัวผู้ที่เดินทางกลับมายังรัฐนิวเซาท์เวลส์ มีผลการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนาเป็นบวก

หน่วยงานสาธารณสุขรัฐนิวเซาท์เวลส์​ ระบุว่า กำลังอยู่ในระหว่างการสอบสวนเพื่อหาแหล่งที่มาของการติดเชื้อในครั้งนี้ โดยขณะนี้ได้มีการตรวจหาด้วยการวิเคราะห์ลำดับเบสของดีเอ็นเอของเชื้อไวรัสเป็นการเร่งด่วน เพื่อสืบหาว่าการติดเชื้อดังกล่าวเกิดขึ้นในชุมชน หรือเป็นการติดเชื้อที่มาจากสถานกักกันโรค

“เราได้กล่าวอยู่เสมอว่า การแพร่ระบาดใหญ่ในระดับโลกนี้จะอยู่ในช่วงของความไม่แน่นอนเป็นเวลาระยะหนึ่ง ข่าวดีก็คือ สมาชิกครอบครัวของเธอทั้ง 5 คนนั้นได้รับการตรวจหาเชื้อแล้วเมื่อคืนวานนี้ และทั้งหมดมีผลตรวจหาเป็นลบ” นายแฮซเซิร์ด กล่าวในรายการซันไรซ์ (Sunrise) ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7

หน่วยงานสาธารสุขรัฐนิวเซาท์เวลส์ ระบุอีกว่า หญิงคนดังกล่าวได้ทำงานอยู่ในโรงแรมโนโวเทล (Novotel Hotel) บริเวณท่าเรือดาร์ลิง (Darling Harbour) ระหว่างวันที่ 28 – 30 พ.ย.ที่ผ่านมา และที่โรงแรมไอบิส (Ibis Hotel) ในพื้นที่เดียวกัน ในวันที่ 27 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยพนักงานในโรงแรมที่ทำงานร่วมกับเธอในช่วงระยะแพร่เชื้อ ได้รับการขอความร่วมมือให้ไปตรวจหาเชื้อ และกักกันตนเองเพื่อเฝ้าระวังอาการจนว่าจะได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ในขั้นต่อไป

ผู้ติดเชื้อเดินทางไปหลายจุดใหญ่ในซิดนีย์

หญิงคนดังกล่าว ได้เดินทางจากสถานีรถไฟในเมืองมินโต (Minto) ไปยังสถานีรถไฟเซนทรัล (Central Station) และได้เดินทางด้วยรถรางจากสถานีเซนทรัล (Central Station) ไปยังท่าเรือดาร์ลิง (Darling Harbour) เป็นเวลาหลายครั้ง ในระหว่างที่อยู่ในระยะที่สามารถแพร่เชื้อได้

โดยเจ้าหน้าที่สาธารสุขรัฐนิวเซาท์เวลส์ ได้ขอความร่วมมือให้ผู้ที่เดินทางในบริการขนส่งสาธารณะดังกล่าว ไปรับการตรวจเชื้อในทันที และกักตนเอง โดยเจ้าหน้าที่จะเปิดเผยรายละเอียดเส้นทางระบบขนส่งสาธารณะที่ผู้โดยสารที่ติดเชื้อเดินทางไป ในวันพรุ่งนี้ (4 ธ.ค.)

“เราจะดำเนินการติดตามเส้นทางการแพร่เชื้อในทุกขั้นตอน เช่นเดียวกับที่เราทำมาตลอดในรัฐนิวเซาท์เวลส์” นายแฮซเซิร์ด กล่าว

“รัฐนิวเซาท์เวลส์ได้มีนโยบานที่มีความเปิดกว้าง พร้อมทีมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ทำงานอย่างยอดเยี่ยม ซึ่งจัดการเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี”

นางกลาดีส์ เบเรจิกเลียน มุขมนตรีรัฐนิวเซาท์เวลส์ กล่าวว่า “ความเสี่ยงนั้นเหมือนกัน” โดยอธิบายถึงกรณีการพบผู้ติดเชื้อในครั้งนี้ว่า “เป็นสถานการณ์ที่กำลังมีความคืบหน้า”

“ผู้ติดเชื้อรายนี้อาจมีการรวมกลุ่มทางสังคม หรืออาจไปที่ร้านอาหารมาหลายครั้ง สิ่งที่สำคัญสำหรับเรานั้น คือการพบกับผู้ที่อยู่ในระยะพบปะของผู้ติดเชื้อทุกคน” นางเบเรจิกเลียน กล่าว

NSW ยังเดินหน้าคลายมาตรการสกัดโรคต่อไป

อย่างไรก็ตาม นางเบเรจิกเลียน กล่าวว่า จะมีการผ่อนคลายมาตรการจำกัดการแพร่ระบาดในจุดนี้  

“นี่เป็นบททดสอบสำหรับเรา เนื่องจากเรากำลังจะมีการผ่อนคลายมาตรการจำกัดในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ (7 พ.ย.) แต่ดิฉันมั่นใจว่า ข้อมูลที่เรามีนั้นเป็นข้อมูลล่าสุด และทีมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของเรานั้นได้ดำเนินการทุกอย่างที่ทำได้ในตอนนี้” นางเบเรจิกเลียน กล่าว

พญ.เคอร์รี ชานท์ (Dr Kerry Chant) ประธานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขรัฐนิวเซาท์เวลส์​ได้แสดงความขอบคุณหญิงผู้ติดเชื้อคนดังกล่าวที่มารับการตรวจเชื้อ โดยกล่าวว่า อาการของเธอนั้นยังไม่ปรากฏชัด จนกระทั่งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 ต.ค.)

“เราประทับใจที่เธอได้มารับการตรวจหาเชื้อ เราจะปกป้องอัตลักษณ์และข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ (หากผลการตรวจหาเชื้อนั้นเป็นบวก) ดังนั้น โปรดอย่ารู้สึกว่าเรื่องความเป็นส่วนตัวเป็นอุปสรรคที่ทำให้คุณไม่มาตรวจหาเชื้อ” พญ.ชานท์ กล่าว

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการติดตามเส้นทางการแพร่เชื้อ โดยยังคงมีหลายความเชื่อมโยงกของติดเชื้อที่กำลังอยู่ในระกว่างการสอบสวน

“มันไม่มีคำอธิบายง่าย ๆ เธอไม่ได้พบปะกับผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศโดยตรง ดังนั้นในตอนนี้ เราจึงไม่สามารถระบุได้อย่างชัดแจ้งว่าการติดเชื้อนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร” พญ.ชานท์ กล่าว

Cr.SBS Thai