มุขมนตรีออสเตรเลียมีสัมพันธ์ลับกับนักการเมืองโยงจีน

12 ตุลาคม 2563 3:09 pm สำนักข่าวไทย

ซิดนีย์ 12 ต.ค.- มุขมนตรีรัฐนิวเซาท์เวลส์ที่มีประชากรมากที่สุดในออสเตรเลียยอมรับว่า มีความสัมพันธ์ส่วนตัวใกล้ชิดกับนักการเมืองที่ถูกสอบสวนเรื่องใช้ตำแหน่งหาเงินผ่านการทำข้อตกลงกับจีน แต่เธอจะไม่ขอลาออกเพราะไม่ได้ทำความผิด

แกลดีส เบเรจิกเลียน วัย 50 ปี แถลงข่าวหลังให้การต่อคณะกรรมการอิสระต่อต้านการทุจริตประจำรัฐนิวเซาท์เวลส์ในวันนี้ว่า เธอได้ทำผิดในชีวิตส่วนตัวที่ไปมีความสัมพันธ์ที่ไม่สามารถเปิดเผยได้แม้แต่กับครอบครัวหรือเพื่อนสนิท แต่จะทำหน้าที่มุขมนตรีต่อไปเพราะไม่ได้ทำความผิดอะไร บางคนอาจพยายามกดดันเธอ แต่ไม่สำเร็จ รายงานเผยว่า เธอให้การต่อคณะกรรมการว่า ยิ่งกว่าตกใจและรังเกียจเมื่อเห็นหลักฐานที่คณะกรรมการได้รับว่า นายแดรีล แมคไกวร์ วัย 61 ปี อดีตสมาชิกสภารัฐนิวเซาท์เวลส์จากเขตวักกาวักกาถูกกล่าวหาว่าพัวพันการรับเงินแลกกับการออกวีซ่าให้พลเมืองจีน โดยมีการปลอมแปลงการจ้างงาน เธอมีความสัมพันธ์กับเขาตั้งแต่ปี 2558 เคยเรียกเขาว่า มือหนึ่ง แต่เป็นคนบอกให้เขาลาออกหลังจากคณะกรรมการเปิดโปงเรื่องมิชอบในปี 2561 เธอยุติความสัมพันธ์กับเขาตั้งแต่เดือนก่อน หลังจากถูกเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทุจริตสอบถามเป็นการส่วนตัว

มุขมนตรีรัฐนิวเซาท์เวลส์ให้การด้วยว่า นายแมคไกวร์อยากสะสางหนี้ให้หมดก่อนถอนตัวจากการเมืองในการเลือกตั้งปี 2562 และจะเปิดเผยความสัมพันธ์ของทั้งคู่ต่อสาธารณะหลังจากนั้น แต่เธอเป็นผู้หญิงอิสระที่หาเลี้ยงตัวเองได้ จึงไม่ยอมทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นต่อพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เธอแยกแยะชีวิตส่วนตัวกับความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างชัดเจน พร้อมเผยด้วยว่า เขาเป็นคนชอบคุยโต เธอจึงไม่ใส่ใจเรื่องที่เขาอวดมากนัก เช่น เคยคุยว่าได้พบประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ทั้งที่จริงแล้วอยู่ในกลุ่มนักการเมืองที่เข้าแถวรอต้อนรับผู้นำจีนที่มาเยือนนครซิดนีย์ในปี 2557 เท่านั้น

นายแมคไกวร์สังกัดพรรคแรงงานซึ่งเป็นรัฐบาลผสมรัฐนิวเซาท์เวลส์ถูกบีบให้ลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาและประธานกลุ่มมิตรภาพเอเชียแปซิฟิกในสภารัฐนิวเซาท์เวลส์ หลังจากถูกเปิดโปงในปี 2561 ว่า ทำตัวเป็นนายหน้าตกลงที่ดินให้แก่นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชาวจีน คณะกรรมการกำลังสอบสวนเรื่องเขาทำธุรกิจระหว่างปี 2555-2558 ที่มีการคบหากับจีน ผลการดักฟังทางโทรศัพท์พบว่า เขาคุยปัญหาทางการเงินกับเบเรจิกเลียน รวมถึงเรื่องหนี้สิน 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 46.6 ล้านบาท) และเรื่องจะได้กำไรจากข้อตกลงที่ดินสนามบิน.

CR: สำนักข่าวไทย