มาตรการสวมแมสก์มีผลบังคับใช้แล้วใน เมลเบิร์น

พฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม 2563 เวลา 11.17 น. เดลินิวส์

รัฐวิกตอเรียของออสเตรเลียพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เพิ่มอีก 403 คน ขณะที่มาตรการบังคับสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในสถานที่สาธารณะมีผลแล้ว หากฝ่าฝืนต้องเสียค่าปรับครั้งละประมาณ 4,000 บาท

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเมิลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ว่านายดาเนียล แอนดรูว์ส มุขมนตรีรัฐวิกตอเรีย แถลงเมื่อวันพฤหัสบดี เกี่ยวกับสถานการณ์โรคโควิด-19 ในรัฐซึ่งมีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของออสเตรเลีย ว่ามีผู้ป่วยยืนยันอีก 403 คน เพิ่มจำนวนผู้ป่วยสะสมเป็นอย่างน้อย 7,142 คน โดยคงเหลือผู้ป่วยอยู่ในระบบอย่างน้อย 3,630 คน

9 News Australia

สำหรับผลการสอบสวนโรคของผู้ป่วยกลุ่มใหม่ในเบื้องต้นพบว่า 69 คนมีความเชื่อมโยงกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ หมายความว่าอีก 334 คนที่เหลือยังอยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบ ขณะเดียวกันมีการยืนยันผู้เสียชีวิตอีก 5 คนเป็นสถิติรายวันสูงสุด เพิ่มจำนวนผู้เสียชีวิตสะสมจากโรคโควิด-19 ในรัฐวิกตอเรียเป็นอย่างน้อย 49 คน โดยแอนดรูว์สให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้เสียชีวิตเพียงว่า เป็นชายอายุประมาณ 50 ปี 80 ปี และ 90 ปี และหญิง 2 คนอายุประมาณ 70 ปี

ทั้งนี้ มุขมนตรีรัฐวิกตอเรียเน้นย้ำกับประชาชนโดยเฉพาะที่เมืองเมลเบิร์นซึ่งเป็นเมืองเอกของรัฐ และที่เขตมิตเชลล์ ชไรน์ ซึ่งพื้นที่ทั้งสองแห่งใกล้ถึงครึ่งทางของมาตรการล็อกดาวน์ 6 สัปดาห์ ว่าการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเมื่ออยู่ในสถานที่สาธารณะ “เป็นข้อบังคับแล้วในตอนนี้” และ “จะมีผลบังคับใช้อีกนาน” บุคคลที่ปฏิเสธให้ความร่วมมือต้องชำระค่าธรรมเนียมครั้งละ 200 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ( ราว 4,522.9 บาท )

นอกจากนี้ แอนดรูว์สยังกล่าวกระตุ้นให้กลุ่มคนหนุ่มสาว “เพิ่มความตระหนัก” ถึงอันตรายของโรคโควิด-19 จากการที่สถิติสะสมของผู้ป่วยในรัฐวิกตอเรียบ่งชี้ว่า ผู้มีอายุมากกว่า 60 ปีมีสัดส่วนเพียง 6% ของผู้ติดเชื้อทั้งหมดเท่านั้น และผู้ป่วยในระบบตอนนี้ มี 4 คนอายุต่ำกว่า 10 ปี และผู้ป่วยในห้องไอซียูมี 2 คนซึ่งอายุประมาณ 20 กว่าปีเท่านั้น

SBS News

ขณะที่สถิติระดับประเทศของโรคโควิด-19 ในออสเตรเลีย ตามข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขในกรุงแคนเบอร์รา ยืนยันผู้ป่วยสะสมอย่างน้อย 13,302 คน เพิ่มขึ้น 422 คน หมายความว่าเป็นผู้ป่วยใหม่นอกรัฐวิกตอเรียเพียง 19 คน รักษาหายแล้ว 8,465 คน เพิ่มขึ้น 2 คน และเสียชีวิตอย่างน้อย 133 คน เพิ่มขึ้น 5 คน อยู่ที่รัฐวิกตอเรียทั้งหมด.

เครดิตภาพ : REUTERS

CR:เดลินิวส์