ออสเตรเลียพบการติดโควิด-19 เป็นกลุ่มที่ผับชานเมืองซิดนีย์

จันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563 เวลา 11.02 น. เดลินิวส์

รัฐวิกตอเรียของออสเตรเลียยืนยันผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มอีก 177 คน ขณะที่รัฐนิวเซาท์เวลส์ซึ่งอยู่ใกล้กับพบการติดเชื้อเป็นกลุ่มจากสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ทางตอนใต้ของเมืองซิดนีย์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 13 ก.ค.ว่านายดาเนียล แอนดรูวส์ มุขมนตรีรัฐวิกตอเรีย แถลงเมื่อวันจันทร์ เกี่ยวกับสถานการณ์โรคโควิด-19 ในรอบ 24 ชั่วโมงล่าสุด พบผู้ป่วยใหม่ 177 คน แม้ลดลงต่ำว่า 200 คน แต่ถือเป็นวันที่ 8 ติดต่อกันแล้วซึ่งรัฐที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของออสเตรเลียยืนยันผู้ติดเชื้อ “เป็นเลขสามหลัก” และเพิ่มจำนวนผู้ป่วยสะสมในพื้นที่เป็นอย่างน้อย 3,967 คน และเสียชีวิตแล้ว 24 คน โดยคงเหลือผู้เข้ารับการรักษาในระบบอย่างน้อย 1,612 คน

  ขณะที่ผลการสอบสวนโรคผู้ป่วยกลุ่มใหม่ปรากฏว่า 25 คนมีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ และตรวจพบในสถานกักตัวของรัฐเพียงคนเดียว หมายความว่าที่เหลืออีก 151 คนยังไม่ทราบที่มาที่ไป ทั้งนี้ เมืองเมลเบิร์นซึ่งเป็นเมืองเอกของรัฐวิกตอเรีย และเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของออสเตรเลีย อยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์รอบสองเป็นเวลา 6 สัปดาห์ นับตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม แอนดรูว์สกล่าวว่า หากประชาชน “ยังไม่ให้ความร่วมมืออย่างเพียงพอ” มาตรการเข้มงวดจะยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไป “ตราบเท่าที่จำเป็น”

  ในวันเดียวกัน สำนักงานสาธารณสุขของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งมีประชากรมากที่สุดในออสเตรเลียและอยู่ทางเหนือของรัฐวิกตอเรีย รายงานการพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในพื้นที่ 14 คน เพิ่มจำนวนผู้ป่วยสะสมเป็นอย่างน้อย 3,492 คน รักษาหายแล้ว 2,988 คน และเสียชีวิตอย่างน้อย 49 คน

  อย่างไรก็ตาม ผลการจำแนกผู้ติดเชื้อกลุ่มใหม่พบว่า 8 คนมีความเกี่ยวข้องกับผับของโรงแรมครอสโรดส์ ที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองซิดนีย์ เพิ่มจำนวนผู้ป่วยกลุ่มนี้เป็นอย่างน้อย 13 คน และการที่สถานบันเทิงดังกล่าวเป็นแหล่งพบปะของกลุ่มคนขับรถบรรทุกส่งสินค้า ซึ่งเดินทางไปทั่วประเทศ ยิ่งเพิ่มความวิตกกังวลให้กับหลายฝ่าย ว่าอาจก่อให้เกิดวงจรของการแพร่ระบาดระลอกสอง ด้านนพ.ไมเคิล คิดด์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรคของออสเตรเลีย กล่าวว่าเจ้าหน้าที่กำลังเร่งแกะรอยเส้นทางโรคจากสถานที่แห่งนี้.

CR: เดลินิวส์