ออสเตรเลียระงับส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับฮ่องกง

พฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2563 เวลา 11.08 น. เดลินิวส์

รัฐบาลออสเตรเลียระงับสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับฮ่องกง และเสนอมอบสิทธิพิเศษด้านวีซ่าให้กับพลเมืองฮ่องกงซึ่งทำงานและเรียนอยู่ในประเทศด้วย “เพื่อตอบโต้” ที่รัฐบาลปักกิ่งบังคับใช้กับเขตบริหารพิเศษแห่งนี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ว่านายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน แถลงเมื่อวันพฤหัสบดี ประกาศการระงับความร่วมมือตามกรอบสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างออสเตรเลียกับฮ่องกง

ขณะเดียวกัน ผู้นำออสเตรเลียกล่าวด้วยว่า รัฐบาลแคนเบอร์ราเตรียมอนุมัติสิทธิพิเศษให้กับพลเมืองฮ่องกงซึ่งมีอยู่ประมาณ 10,000 คนในประเทศ ทั้งผู้ที่ทำงานและเข้ามาศึกษาเล่าเรียน ในการต่ออายุวีซ่าสำหรับพำนักในออสเตรเลีย “ได้นานขึ้นเป็นกรณีพิเศษ” โดยมอร์ริสันกล่าวว่าข้อเสนอนี้อยู่ภายในกรอบของโครงการสำหรับ “แรงงานต่างด้าวมีฝีมือ” ซึ่งเป็นคนละส่วนกับโครงการรับผู้อพยพหรือผู้ลี้ภัยเพื่อมนุษยธรรม

ในเวลาเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศของออสเตรเลียออกประกาศ “แนะนำ” ให้พลเมืองออสเตรเลีย “ทบทวนความจำเป็น” ของการเดินทางไปท่องเที่ยวที่ฮ่องกงในระยะนี้ เนื่องจาก “มีความเสี่ยง” ของการถูกจับกุมและตรวจสอบ “โดยไม่เป็นไปตามบรรทัดฐานระหว่างประเทศ” ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงแคนเบอร์ราออกแถลงการณ์ประณามความเคลื่อนไหวดังกล่าวของรัฐบาลออสเตรเลีย ว่าเป็นการดำเนินการที่อยุ่บนพื้นฐานของ “การขาดความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง”

  ทั้งนี้ จีนบัญญัติกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ และมีผลบังคับใช้กับฮ่องกงโดยเฉพาะ ตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย. ที่ผ่านมา แบ่งออกเป็น 6 หมวด 66 มาตรา จำแนกประเภทของความผิดและบทลงโทษเป็น 4 ประเภทใหญ่ ได้แก่ การแบกแยกดินแดน การล้มล้างอำนาจ กิจกรรมก่อการร้าย และการสมคบคิดโดยอาศัย “ปัจจัยภายนอก” ที่จะเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของชาติ โดยกฎหมายมีผลกับ “ทุกคน” ที่อยู่บนแผ่นดินฮ่องกง บทลงโทษสำหรับผู้กระทำผิดที่เป็นชาวต่างชาติคือการเนรเทศ ส่วนพลเมืองฮ่องกงและผู้ที่มีสถานะพำนักถาวรมีตั้งแต่ปรับ “บำเพ็ญประโยชน์” และการจำคุกซึ่งอาจถึงขั้นตลอดชีวิต.

เครดิตภาพ : REUTERS

CR:เดลินิวส์