ออสเตรเลียคุมโควิด ปิดพรมแดน นิวเซาท์เวลส์-วิกตอเรีย

จันทร์ที่ 6 กรกฎาคม 2563 เวลา 09.19 น. เดลินิวส์

รัฐนิวเซาท์เวลส์และรัฐวิกตอเรียซึ่งเป็น 2 รัฐใหญ่ของออสเตรเลีย ระงับการเดินทางระหว่างกันตั้งแต่กลางสัปดาห์นี้เป็นต้นไป เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเมิลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 6 ก.ค.ว่านายดาเนียล แอนดรูว์ส มุขมนตรีรัฐวิกตอเรีย แถลงเมื่อวันจันทร์ ว่าในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาพบผู้ป่วยยืนยันเฉพาะในรัฐวิกตอเรีย 127 คน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากจำนวนดังกล่าว 53 คนเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ภายในอาคารเคหะชุมชน 9 แห่ง มีผู้อยู่อาศัยรวมกันมากกว่า 3,000 คน และทางการสั่งล็อกดาวน์ตั้งแต่เย็นวันเสาร์ที่ผ่านมา เพิ่มจำนวนผู้ป่วยสะสมเฉพาะในรัฐวิกตอเรียเป็นอย่างน้อย 2,663 คน

  ขณะที่ในวันเดียวกันมีผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ในรัฐวิกตอเรียเพิ่มอีก 1 คน เป็นชายอายุประมาณ 90 ปี เพิ่มจำนวนผู้เสียชีวิตสะสมจากโรคดังกล่าวเฉพาะในรัฐวิกตอเรียเป็นอย่างน้อย 21 คน และเพิ่มสถิติผู้เสียชีวิตสะสมทั่วประเทศเป็นอย่างน้อย 105 คน ทั้งนี้ ทางการรัฐวิกตอเรียเน้นย้ำความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะจากประชาชนที่ต้องปฏิบัติตามแนวทางของภาครัฐอย่างเคร่งครัด มิเช่นนั้นจะการบังคับล็อกดาวน์เพิ่มอีก หลังปิดพื้นที่ทางเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองเมลเบิร์นถึงปลายเดือนนี้

นอกจากนี้ แอนดรูว์สได้หารือกับนางกลาดีส์ เบเรจิเคลียน มุขมนตรีรัฐนิวเซาท์เวลส์ เกี่ยวกับการปิดเส้นทางคมนาคมระหว่างรัฐนิวเซาท์เวลส์กับรัฐวิกตอเรียซึ่งเป็นรัฐที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 1 และ 2 ของออสเตรเลีย ด้วยเหตุผลด้านสาธารณสุข และได้ร่วมกันเสนอเรื่องนี้เป็นกรณีฉุกเฉินต่อนายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน ให้อนุมัติอีกครั้งด้วย ซึ่งการระงับเดินทางข้ามรัฐจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 23.59 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันอังคารที่ 7 ก.ค.นี้ ( 20.59 น. ตามเวลาในประเทศไทย ) “จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง” โดยมีข้อยกเว้นให้กับ “ผู้มีกิจจำเป็นยิ่งยวดเท่านั้น” ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 1 ศตวรรษ ที่รัฐนิวเซาท์เวลส์กับรัฐวิกตอเรียปิดพรมแดนที่ติดกัน.

เครดิตภาพ : REUTERS

CR: เดลินิวส์