ออสเตรเลียจับตา’รัฐวิกตอเรีย’ เป็นจุดแพร่’ โควิด-19’แห่งใหม่

อังคารที่ 23 มิถุนายน 2563 เวลา 15.37 น. เดลินิวส์

รัฐบาลออสเตรเลียยืนยันการเฝ้าระวังด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวดตามจุดผ่านแดน “ต่ออีกระยะหนึ่ง” เพราะสถานการณ์โรคโควิด-19 ยังไม่น่าไว้วางใจ ขณะที่ทุกฝ่ายจับตาการแพร่ระบาดครั้งใหม่ในรัฐวิกตอเรีย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ว่านายเกร็ก ฮันต์ รมว.กระทรวงสาธารณสุขของออสเตรเลีย แถลงเมื่อวันอังคาร ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 บนโลก ยังอยู่ในระดับวิกฤติ เนื่องจากการแพร่ระบาดในหลายประเทศยังเป็นไปในอัตราเร่ง รัฐบาลแคนเบอร์รามีมติคงมาตรการควบคุมพรมแดน ด้วยการจำกัดและเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางเข้า ออก และเดินทางผ่านอย่างใกล้ชิดต่อไป “อีกระยะหนึ่ง”

  ปัจจุบันออสเตรเลียมีผู้ป่วยสะสมจากโรคดังกล่าวอย่างน้อย 7,492 คน รักษาหายแล้ว 6,904 คน แต่เสียชีวิตอย่างน้อย 102 คน ขณะที่นายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน บังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ตั้งแต่ปลายเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา และเริ่มผ่อนคลายข้อจำกัดแบบเป็นลำดับขั้นตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา

แม้รัฐนิวเซาท์เวลส์มีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตสะสมมากที่สุด คือประมาณ 3,000 คน และเสียชีวิตมากกว่า 2,700 คน อย่างไรก็ตาม ความวิตกกังวลของทุกฝ่ายตอนนี้พุ่งไปที่รัฐวิกตอเรีย ซึ่งมีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของออสเตรเลีย และเป็นที่ตั้งของเมืองเมลเบิร์น หนึ่งในเมืองใหญ่ของประเทศ แต่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่วันละไม่ต่ำกว่า 10 คน ต่อเนื่องตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่แล้ว จนนายแดเนียล แอนดรูว์ส มุขมนตรีรัฐวิกตอเรีย ขยายเวลาบังคับใช้คำสั่งสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขที่มีผลตั้งแต่ปลายเดือนมี.ค. ต่อไปจนถึงวันที่ 19 ก.ค.นี้

  ขณะเดียวกัน แอนดรูว์สกล่าวเพิ่มเติมเมื่อวันอังคาร ยืนยันผู้ป่วยใหม่อีก 17 คน โดย 1 คนอยู่ในโรงแรมซึ่งเป็นสถานที่กักตัว อีก 2 คนมีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า อีก 3 คนเป็นผลจากการลงพื้นที่ตรวจเชิงรุก แต่อีก 11 คนที่เหลือยังอยู่ในขั้นสอบสวนโรค บ่งชี้ความเสี่ยงของการติดต่อโรคภายในชุมชุน และยิ่งเป็นการตอกย้ำว่า เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ยังอยู่ร่วมกับมนุษย์

  ทั้งนี้ มุขมนตรีรัฐวิกตอเรียสั่งปิดโรงเรียนประถมศึกษาในพื้นที่อีก 2 แห่ง หลังตรวจพบนักเรียนติดเชื้อ แต่ยังไม่มีการยืนยันชัดเจนว่าพบเมื่อใด และกระจายกำลังอาสาสมัครด้านสาธารณสุขลงพื้นที่ตรวจคัดกรองโรคให้กับประชาชน โดยให้เน้นชุมชนรอบนอกก่อน พร้อมทั้งขอความร่วมมือประชาชนอย่าหลงเชื่อบริการตรวจโรคที่ไม่มีเอกสารรับรองจากทางการ.

เครดิตภาพ : REUTERS

CR:เดลินิวส์