ไฟป่าออสเตรเลียทำลายที่อยู่โคอาลาแล้ว 30%

อาทิตย์ที่ 29 ธันวาคม 2562 เวลา 08.14 น. เดลินิวส์

รัฐบาลออสเตรเลียประเมินความรุนแรงของไฟป่าซึ่งลุกลามมานานกว่า 3 เดือน เผาทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยของโคอาลาไปแล้วราว 1 ใน 3 ส่วนใหญ่อยู่ในรัฐนิวเซาท์เวลส์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. ว่านางซูซาน ลี รมว.กระทรวงสิ่งแวดล้อมของออสเตรเลีย กล่าวเมื่อวันเสาร์ ว่าจากความเสียหายของพื้นที่มากกว่า 12 ล้านเอเคอร์ในประเทศ ที่เป็นผลจากไฟป่ามากกว่า 100 จุด ซึ่งปะทุเมื่อเดือนก.ย. ที่ผ่านมานั้น ประมาณ 30% เป็นเขตที่อยู่อาศัยของโคอาลา โดยเฉพาะตามแนวชายฝั่งทางเหนือและตอนกลางของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์และมีประชากรโคอาลาอาศัยอยู่ประมาณ 28,000 ตัว แต่ผลการประเมินในเบื้องต้นพบว่า โคอาลาในบริเวณนั้น “มีจำนวนลดลงอย่างมาก”

อย่างไรก็ตาม ลียืนยันว่ารัฐบาลและเจ้าหน้าที่ผจญเพลิงทุกคน ตลอดจนประชาชนในพื้นที่พยายามร่วมกันอย่างสุดความสามารถในการควบคุมไฟป่า และช่วยชีวิตสิ่งมีชีวิตทุกชนิดซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากวิกฤติไฟป่าครั้งนี้ ที่ยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลาย ด้านสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของออสเตรเลียรายงานอุณหภูมิในเขตชานเมืองซิดนีย์สูงถึง 41 องศาเซลเซียส และพยากรณ์สภาพอากาศในเขตใจกลางเมืองอยู่ที่ 31 องศาเซลเซียสในวันอาทิตย์ และเพิ่มขึ้นเป็น 35 องศาเซลเซียสในวันอังคารที่ 31 ธ.ค. นี้ ส่วนอุณหภูมิที่กรุงแคนเบอร์ราอยู่ที่ 38 องศาเซลเซียสเมื่อวันเสาร์ หลังจากนั้นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้งจัดคือหนึ่งในอุปสรรคสำคัญของการควบคุมไฟป่า ซึ่งมีผู้เสียชีวิตแล้ว 11 คน

ขณะที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียออกแถลงการณ์ว่า อาสาสมัครผจญเพลิงในรัฐนิวเซาท์เวลส์ซึ่งลงพื้นที่ต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 10 วัน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือพนักงานเอกชน จะได้รับค่าตอบแทนเป็นกรณีพิเศษสูงสุด 6,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ( ราว 126,361.6 บาท ) หลังเมื่อสัปดาห์ที่แล้วประกาศมาตรการสนับสนุนขั้นแรก ว่าในกรณีอาสาสมัครผจญเพลิงเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หน่วยงานต้นสังกัดจะนับช่วงเวลาที่บุคคลลงพื้นที่ไฟป่าเป็นวันลาหยุดกรณีพิเศษ โดยไม่หักจากวันลาป่วยและสิทธิ์ในการหยุดพักร้อน และบุคคลนั้นจะยังคงได้รับค่าตอบแทนตามปกติภายในระยะเวลาสูงสุด 20 วัน แม้หากอาสาสมัครเป็นพนักงานของบริษัทเอกชน แต่รัฐบาลหวังเป็นอย่างยิ่งว่า นายจ้างจะใช้มาตรการ “ระดับเดียวกัน” กับของภาครัฐ.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

CR: เดลินิวส์