10 ม.ค. 2569 11:55/สำนักข่าวไทย

นายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบาเนซี ของออสเตรเลีย กล่าววันเสาร์ว่า ประเทศออสเตรเลียกำลังเผชิญกับสภาพอากาศที่ “สุดขั้วและอันตราย” ในขณะที่วิกฤติไฟป่ากำลังเกิดขึ้นอย่างรุนแรงในรัฐวิกตอเรีย ส่งผลให้บ้านเรือนถูกทำลายและพื้นที่ป่าจำนวนมหาศาลถูกเผาทำลาย
ขณะนี้ยังมีผู้สูญหาย 3 ราย ในรัฐวิกตอเรียที่อยู่ทางทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ซึ่งนับจนถึงเช้าวันเสาร์ยังมีไฟป่ามากกว่า 50 จุด กำลังลุกไหม้อย่างไม่สามารถควบคุมได้ โดยหลายจุดถูกจัดอยู่ในระดับอันตรายสูงสุด
เจ้าหน้าที่ระบุว่าไฟป่าครั้งนี้ ซึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางคลื่นความร้อนและลุกลามจากกระแสลมแรง ถือเป็นครั้งที่เลวร้ายที่สุดที่เกิดขึ้นในรัฐนี้นับตั้งแต่เหตุการณ์ไฟป่า “แบล็ก ซัมเมอร์” (Black Summer) ในปี 2019-2020 ซึ่งครั้งนั้นได้ทำลายพื้นที่ขนาดเท่ากับประเทศตุรกีและคร่าชีวิตผู้คนไปถึง 33 ราย
นายกรัฐมนตรีอัลบาเนซี กล่าวทางโทรทัศน์ว่า ชาวออสเตรเลียทั่วประเทศกำลังเผชิญกับสภาพอากาศที่สุดโต่งและเป็นอันตราย โดยมีไฟป่าลุกไหม้ในหลายรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐวิกตอเรีย พร้อมทั้งระบุว่าเขาขอส่งความห่วงใยไปถึงชาวออสเตรเลียในชุมชนท้องถิ่นต่างๆ ในช่วงเวลาที่ยากลำบากยิ่งนี้
นายอัลบาเนซี กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้มีการประกาศสถานการณ์ภัยพิบัติใน 18 พื้นที่ของรัฐวิกตอเรีย เมื่อคืนที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีการร้องขอให้กองทัพออสเตรเลียเข้ามาสนับสนุนด้านที่พักให้กับนักผจญเพลิงในรัฐวิกตอเรียอีกด้วย
เจ้าหน้าที่เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่า ไฟป่าจุดที่ใหญ่ที่สุดใกล้กับเมืองลองวูด (Longwood) ซึ่งอยู่ห่างจากนครเมลเบิร์นเมืองเอกของรัฐวิกตอเรีย ไปทางเหนือประมาณ 112 กิโลเมตร ได้เผาไหม้พื้นที่ป่าไปแล้วกว่า 86,486 เอเคอร์ (หรือประมาณ 218,800 ไร่) โดยทำลายบ้านเรือนหลายหลัง ศูนย์ชุมชน และสถานีชุมสายโทรศัพท์ ขณะนี้ชุมชนหลายสิบแห่งที่อยู่ใกล้กับจุดเกิดไฟป่าได้อพยพออกไปแล้ว รวมถึงมีการสั่งปิดอุทยานและจุดกางเต็นท์หลายแห่งในรัฐ.
Cr : สำนักข่าวไทย
